Page 76 - นิตยสาร ช. ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 พ.ศ.69
P. 76
แต่ละระดับยังแบ่งเป นผู้ปฏิบัติตามแนวทางที เรียกว่ามรรคและ
ผู้ปฏิบัติได้แล้วเรียกว่าผล ซึ งได้แก่ พระโสดาป ตติมรรค-พระโสดาป ตติผล
พระสกทาคามีมรรค-พระสกทาคามีผล พระอนาคามีมรรค-พระอนาคามีผล
พระอรหัตตมรรค-พระอรหัตตผล ซึ งพระอริยสงฆ์ ทั งหมดนี ท่านจะละกิเลสได้
จากน้อยไปหามาก โอกาสที ท่านจะกระทํากรรมชั วร้ายโดยเฉพาะการละเมิดศีล
ตั งแต่ศีล 5 ขึ นไปจะไม่มีแน่นอน
ประเภทที สอง คือ สมมติสงฆ์ ที เราสมมติเรียกท่านว่าเป นพระสงฆ์ซึ งเกิดจาก
การที ลูกหลานชาวบ้านเข้ามาบวชในพระพุทธศาสนาผ่านพิธีกรรมที ถูกต้องตาม
พุทธานุญาตแล้วสวมผ้ากาสาวพัสตร์ ปฏิบัติตามพระวินัยของพระสงฆ์เท่านั น
ท่านยังละกิเลสไม่ได้เหมือนพระอริยสงฆ์ เมื อมีโอกาสที ทําให้ท่านต้องไขว้เขว
จากพระวินัยไปบ้าง
ก็ยังมีโอกาสทีcพระพุ ทธองค์ทรงบัญญัติให ้ปลงอาบัติได้ และยังคงอยู ่ในร ่มเงาพระศาสนาต่อไปได้ แต่ถ้าการทําผิด ก็ยังมีโอกาสที พระพุทธองค์ทรงบัญญัติให้ปลงอาบัติได้ และยังคงอยู่ในร่มเงาพระศาสนาต่อไปได้ แต่ถ้าการทําผิด
พระวินัยนั f นร ้ายแรงจนถึงขั f นทีcเร ียกว่า “ปาราชิ ก” คือต้องขาดจากความเปqนพระไม่สามารถบวชได้อีกจนตลอดชี วิต ซ ึcงจะมีอยู ่สีcข้อ คือระวินัยนั นร้ายแรงจนถึงขั นที เรียกว่า “ปาราชิก” คือต้องขาดจากความเป นพระไม่สามารถบวชได้อีกจนตลอดชีวิต ซึ งจะมีอยู่สี ข้อ คือ
พ
1. ภิกษุ เสพเมถุนต้องปาราชิ ก 1. ภิกษุเสพเมถุนต้องปาราชิก
2. ภิกษุ ถือเอาของทีcเจ้าของเขาไม่ได้ให ้ ได้ราคา 5 มาสก ต้องปาราชิ ก 2. ภิกษุถือเอาของที เจ้าของเขาไม่ได้ให้ ได้ราคา 5 มาสก ต้องปาราชิก
3. ภิกษุ แกล้งฆ่ามนุษย์ให ้ตายต้องปาราชิ ก 3. ภิกษุแกล้งฆ่ามนุษย์ให้ตายต้องปาราชิก
4. แกล้งอวดอุ ตร ิมนุสสธรรมคือธรรมอันยิ c งใหญ่ของมนุษย์ของศาสนาไม่มีว่ามีต้องปาราชิ ก 4. แกล้งอวดอุตริมนุสสธรรมคือธรรมอันยิ งใหญ่ของมนุษย์ของศาสนาไม่มีว่ามีต้องปาราชิก
น
76 76 ป นิตยสาร ช.ิตยสาร ช.
ปที่ 2 ฉบับที่ 2ที่ 2 ฉบับที่ 2

